Bumblebee (2018) บัมเบิ้ลบี กำเนิดใหม่ หุ่นเหลืองจากไซเบอร์ทรอน

           นับตั้งแต่ปี 2007 ไมเคิล เบย์ ก็คือผู้ที่ทำการปลุกกระแสภาพยนต์แนวหุ่นยนต์ เอเลี่ยน เหล่าของเล่น ออกมาสู่โลกภาพยนตร์ ซึ่งส่วนตัวเราเองหนังเรื่อง Transformers ภาคแรกคือสิ่งที่แปลกใหม่และน่าจดจำที่สุดแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าไมเคิล เบย์นั้นได้หลงทิศทางไปซะไกล ด้วยความที่อยากเล่นใหญ่ ในหนังภาคต่อตั้งแต่ภาค 2 ทำให้ภาค 3-5 หนังเองยิ่งต้องเล่นอะไรที่มันยิ่งใหญ่เวอร์วังขึ้นไปอีกเป็นขั้นๆ ไป โดยที่ไม่ได้สนความเรียบง่ายในการเล่าเรื่อง มันเลยทำให้ภาคหลังๆ นั้น เน้นแอคชั่นเข้าว่า กับ CG สุดอลังการ แต่ผลที่ได้ คนดูเริ่มเบื่อกับการเล่นใหญ่แบบนี้แล้ว เรียกง่ายๆ คือเอียนนั่นเอง ทำให้ภาคสุดท้ายอย่าง The Last Knight ทำเงินได้น้อยมากในตาราง Box Office ถึงขั้นเป็นภาคที่ค่ายหนังเองยอมปิดประตูภาคต่อกันเลยทีเดียว (แต่ด้วยที่โปรเจค Bumblebee (2018) ได้เดินเครื่องถ่ายทำกันไปแล้ว จึงสายเกินที่จะยกเลิกโปรเจค)

Bumblebee (2018) บัมเบิ้ลบี

           ภาพยนต์เรื่อง บัมเบิ้ลบี ถือว่าเป็นภาคแรกที่สามารถดึงคาแรคเตอร์ของหุ่นยนต์หลักจากซีรีย์ชุดนี้ เป็นภาพยนต์เดี่ยวเรื่องแรก แถมยังเป็นภาคแรกที่ ไมเคิล เบย์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างด้วย หนังในภาคนี้กำกับโดย ผู้กำกับที่มีผลงานอย่าง อนิเมชั่นแบบ Stop Motion อย่างเรื่อง Kubo เป็นผู้กำหนดชะตาอาณาคตแฟนไชร์นี้ หลายคนก็แอบหวั่นๆ เพราะตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างมา

           พร้อมทั้งโปสเตอร์ มันมีความเป็นหนังที่ทุนค่อนข้างที่จะต่ำ หรือว่าในบางคนมองเป็นหนังเกรด B เลยด้วยซ้ำไป แต่แล้วจนกระแสรีวิวใน Rottentomatoes (หรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อ เว็บมะเขือเน่า) ปล่อยออกมาด้วยคะแนน มะเขือสด 100% ทำให้ทั้งโลกได้กลับมาจับตาและตั้งตารอดูหนังเรื่องนี้

           เนื้อเรื่องในภาคนี้จะเป็นการเล่าย้อนไปสมัยที่ บัมเบิ้ลบี ได้หลบหนีเอาตัวรอดจากการเกิดสงครามดาวไซเบอร์ตรอน มายังโลก และได้กบดานแปลงร่างเป็นรถเต่าสีเหลืองสุดคลาสสิค จนกระทั่งได้พบกับชาร์ลี เด็กสาวผู้สูญเสียพ่อ ทำให้ทั้งคู่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน

           หลังจากที่เราได้ดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้ว จะต้องบอกเลยว่า พล็อตของหนังเรื่องนั้นมีความเรียบง่ายมาก มีความคล้ายคลึงกับหนังคลาสสิกอย่าง ET ที่กำกับโดยสตีเวน สปีลเบริก ก็ว่าได้ ตัวหนังเองเต็มไปด้วยความสนุก

           กลมกล่อมในด้านบทสนทนา การถ่ายถอดออกผ่านการแสดงทั้งของคนและ CG หุ่น Bumblebee (2018) ทำให้คนดูอินได้ เห็นใจ มีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร มากกว่า Transformers ทุกๆภาคเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าหนังเองจะมีฉากแอคชั่นที่เรียกได้ว่าน้อยโคตร

Bumblebee (2018) บัมเบิ้ลบี

           แต่ด้วยการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจะมีเสน่ห์ ที่น่าติดตามทำให้ผลลับที่ได้ ตัวหนังมีความกลบกล่อมลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเรียบง่ายแต่ Impact กับความรู้สึกคนดูสูงมาก ถือเป็นจุดเปลี่ยนของแฟรนไชส์นี้เลยก็ว่าได้ (หวังว่าคงได้แยกหน่อทำภาคแยกดีๆ แบบนี้ได้อีกหลายภาคนะ) ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่……. และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ เกมยิงปลาออนไลน์